เมื่อมีการแสดงความเสียใจและเห็นใจในความโชคร้ายของบุคคล
ผมก็ได้ยินความพอใจและความเบิกบานใจ
ราวกับว่าคนที่เสียใจนั้นมีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง…
——————————————————————————–
ปัญหายิ่งทียิ่งซับซ้อน ทั้งนี้เพราะเราใช้ชีวิตเป็นเชิงซ้อนมากเกินไป
และตรงกันข้าม พวกเรากลับรังเกียจคนใช้ชีวิตเชิงเอกอิสระ
(คือง่ายๆ และไม่ซับซ้อน)
จะเห็นได้จากการที่สังคมไม่ชอบคนตรงไปตรงมา
ไม่ชอบคนที่ทำอะไรตรงๆ พูดตรงๆ ฯลฯ
แต่เห็นจะไม่มีทางเลือก เพราะในเมื่อปัญหาเกิดขึ้นเพราะความซับซ้อน
การแก้ด้วยความซับซ้อนก็จะยิ่งทำให้ยุ่งนุงนังกันไปหมด
ทางเดียวที่จะเป็นทางรอดได้ก็คือ
จงถอยออกมาจากความซับซ้อนมาอยู่กับชีวิตเชิงเดียว ที่เป็นเอกอิสระ
เป็นมนุษย์มือหนึ่ง อย่าเป็นมนุษย์มือสอง
ทิ้งความเจ้าเล่ห์เพทุบายลงเสียให้หมด
(ต้องแยกให้ออกระหว่างความเจ้าเล่ห์กับความสามารถใช้กลยุทธ
กลเม็ด หรือยุทธวิธีในการทำงาน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน)
เซนพูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างเจ็บปวดมากทีเดียว
จากนิทานเรื่อง เสียงแห่งความสุข
…………………………………..
เสียงแห่งความสุข
หลังจากที่ อาจารย์บันเกอิ ได้มรณภาพไปแล้ว
คนตาบอดคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ๆ
กันกับวัดที่ท่านอาจารย์ได้เคยพำนักอยู่ได้พูดกับเพื่อนของเขาคนหนึ่งว่า
“เพราะผมตาบอด ผมจึงไม่สามารถเฝ้าดูและสังเกตใบหน้าของคนอื่นๆ ได้
ดังนั้นผมจึงต้องวินิจฉัยลักษณะอุปนิสัยของแต่ละคน
โดยสังเกตเอาจากเสียงพูดของพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งตามปกติ
เมื่อผมได้ยินใคนคนหนึ่งกำลังแสดงความยินดีในความสำเร็จ
หรือในความสุขของบุคคลอีกคนหนึ่ง
ผมก็จะได้ยินน้ำเสียงแห่งความริษยาปรากฏอยู่อย่างลึกๆ ด้วย
และเมื่อมีการแสดงความเสียใจและเห็นใจในความโชคร้ายของบุคคล
ผมก็ได้ยินความพอใจและความเบิกบานใจ
ราวกับว่าคนที่เสียใจนั้นมีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ที่ยังมีบางสิ่งหลงเหลืออยู่ให้เขาได้กอบโกยเอาไว้บ้างในโลกส่วนตัวของเขานั้น
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของผมทั้งหมดเท่าที่ผ่านมา
เสียงของท่านอาจารย์บันเกอินั้นปรากฏมีแต่ความจริงใจอยู่เสมอ
เมื่อใดก็ตามที่ท่านพูดแสดงความสุขและความยินดีออกมา
ผมก็ไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากความสุขและความยินดี
และเมื่อใดก็ตามที่ท่านพูดแสดงความเสียใจและความเศร้าเสียใจออกมา
ก็มีแต่ความเสียใจและความเศร้าใจเท่านั้นที่ผมได้ยิน”
“ไม่มีสิ่งอื่นใด(แอบแฝงอยู่)เลย”
_________________________
จาก อยู่อย่างเซน ละเอียด ศิลาน้อย เรียบเรียง


