ในครั้งหนึ่ง ณ วัดแห่งหนึ่งในภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่น มีพระภิกษุพี่น้องสององค์อาศัยอยู่
องค์พี่เป็นผู้คงแก่เรียน รอบรู้ธรรมทั้งในทางปริยัติและปฏิบัติแตกฉานมาก ส่วนองค์น้องนั้นนอกจากตาจะบอดข้างหนึ่งแล้ว ยังเป็นผู้มีสติปัญญาค่อนข้างทึบอีกด้วย
——————————————————————————–
เป็นประเพณีของวัดเซนเป็นจำนวนมากในประเทศญี่ปุ่น ที่ถือว่า
พระภิกษุที่เดินทางผ่านมารูปใดจะพักอาศัยอยู่ได้ก็ต้อง
เป็นผู้ที่สามารถโต้ตอบปัญหาธรรมชนะพระภิกษุที่ประจำอยู่ได้
ถ้าหากแพ้ก็จะต้องเดินทางต่อไปหาที่พักใหม่ข้างหน้า
ในครั้งหนึ่ง ณ วัดแห่งหนึ่งในภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่น
มีพระภิกษุพี่น้องสององค์อาศัยอยู่
องค์พี่เป็นผู้คงแก่เรียน รอบรู้ธรรมทั้งในทางปริยัติและปฏิบัติแตกฉานมาก ส่วนองค์น้องนั้นนอกจากตาจะบอดข้างหนึ่งแล้ว ยังเป็นผู้มีสติปัญญาค่อนข้างทึบอีกด้วย
วันหนึ่ง ได้มีพระภิกษุองค์หนึ่งจาริกมาจากที่ไกล
เดินทางมาถึงจะขอพักอาศัย ณ ที่แห่งนี้ชั่วคราว
และได้ขอท้าโต้ปัญหาธรรมะขั้นสูง
(เพื่อการได้สิทธิเข้าพักตามธรรมเนียม) อย่างถูกต้องแล้ว
แต่เนื่องจากพระภิกษุองค์พี่ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมมาทั้งวันมีความเหน็ดเหนื่อยมาก จึงได้มอบให้พระน้องชายเป็นผู้ทำหน้าที่โต้ปัญหาธรรมะแทน
แต่ได้กำชับน้องชายว่า “จงใช้วิธีโต้ปัญหาแบบเงียบ”
เมื่อพระภิกษุทั้งสองพร้อมแล้วก็พากันไปที่บูชา
หน้าพระพุทธรูปจัดแจงจุดธูปบูชาพระรัตนตรัยเสร็จแล้ว
การโต้ปัญหาธรรมะจึงเริ่มขึ้น
ชั่วครู่เดียวพระภิกษุองค์ที่จาริกมาก็ลุกขึ้นเดินออกมาหาพระภิกษุองค์พี่แล้วกล่าวว่า
“น้องชายท่านเก่งเหลือเกิน ข้าพเจ้ายอมแพ้”
พระภิกษุผู้เป็นพี่ถามว่า “ท่านโต้ปัญหากันว่าอย่างไร”
พระภิกษุผู้จาริกมาได้ชี้แจงว่า
“ทีแรกข้าพเจ้าชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วก่อน ซึ่งหมายถึงพระพุทธ
น้องชายของท่านได้ชูสองนิ้วตอบ
ซึ่งหมายความว่าต้องมีทั้งพระพุทธและพระธรรม
ข้าพเจ้าจึงชู 3 นิ้ว หมายถึงว่าถ้าจะให้ครบ จำเป็นต้องมีทั้ง
พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
แต่คราวนี้ น้องชายของท่านกลับชูกำปั้นมาหน้าของข้าพเจ้า
ซึ่งหมายถึงว่าจะเป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้น
ก็ต้องมาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน คือสัจธรรม
นี่แหละข้าพเจ้าจึงถือว่าเขาเป็นผู้ชนะ และข้าพเจ้าไม่มีสิทธิ์พักอยู่ที่นี่”
พระภิกษุองค์นั้นกล่าวแล้วก็กราบลาพระภิกษุผู้พี่เดินทางต่อไป
สักครู่หนึ่ง พระภิกษุองค์น้องวิ่งเข้ามาหาพี่ชาย และถามว่า
“เจ้าหมอนั่นมันไปไหนแล้วล่ะ”
พระภิกษุผู้เป็นพี่กลับถามน้องชายว่า “เธอชนะเข้าไม่ใช่หรือ”
“ชนะกะผีอะไรล่ะ” พระน้องชายกล่าวอย่างโกรธแค้น
“ผมจะเล่นงานมันอยู่นี่แหละ”
“เธอโต้ปัญหากับเขาว่าอย่างไร” พระภิกษุผู้เป็นพี่ถามต่อไป
“โต้ว่าอย่างไร” พระน้องชายตะโกน
“พอเห็นหน้าผม มันก็ชูนิ้วเดียวมาที่หน้าผม ดูหมิ่นว่าผมมีตาเดียว
ผมก็สู้อดทนเพราะเห็นว่าเขาเป็นแขก จึงชู 2 นิ้วไป
เป็นการแสดงความยินดีว่า ผมยินดีเขามี 2 ตาบริบูรณ์
แทนที่มันจะรู้สึกตัว มันกลับชู 3 นิ้วให้ผม
ซึ่งหมายความว่าทั้งผมและมันมีตารวมกันเพียง 3 ตา
อย่างนี้ไม่ใช่เยาะเย้ยกันแล้วจะเป็นอะไร
ผมเหลืออดจริงๆ จึงชูกำปั้นจะต่อยหน้ามัน
แต่มันกลับวิ่งหนีออกมาเสียก่อน”
————————————–
จาก อยู่อย่างเซน ละเอียด ศิลาน้อย เรียบเรียง


